2554-07-13

 ให้เงินกู้อเนกประสงค์สำหรับผู้รับบำนาญ

เนื้อหา
              ธนาคารกรุงไทยให้บริการเงินกู้อเนกประสงค์สำหรับผู้รับบำนาญ ให้วงเงินกู้สูงสุด 100% คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลาให้กู้นานถึง 30 ปี อนุมัติภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าชำระเฉพาะดอกเบี้ย รวมทั้งรับสิทธิ์ลุ้นเบนซ์สปอร์ต ลุ้นทองคำนางจิรารักษ์ กุลสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคลและธุรกิจให้เช่าซื้อ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า จากการที่ธนาคารได้เข้าร่วมโครงการเงินกู้อเนกประสงค์สำหรับผู้รับบำนาญ โดยนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดเป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงิน เพื่อขยายโอกาสให้ผู้มีสิทธิรับบำเหน็จตกทอดได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อใช้ในการลงทุน ประกอบอาชีพ ขยายกิจการ ตลอดจนการดำรงชีพ และลดการพึ่งพาเงินทุนนอกระบบนั้น
ขณะนี้ธนาคารมีความพร้อมในการให้บริการ โดยให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100% ของวงเงินที่ระบุไว้ในต้นฉบับหนังสือรับรองสิทธิ ไม่จำกัดอายุผู้กู้ คิดอัตราดอกเบี้ย MLR-0.375% ต่อปี หรือปัจจุบันเท่ากับอัตรา 6.50% ต่อปี ระยะเวลาให้กู้นานถึง 30 ปี สามารถกู้ได้แม้ไม่ได้รับบำนาญผ่านธนาคาร โดยนำหนังสือรับรองสิทธิบำเหน็จตกทอดที่ออกโดยกรมบัญชีกลางมาใช้เป็นหลักประกันในการกู้นางจิรารักษ์ กุลสิงห์ กล่าวต่อไปว่า ธนาคารยังให้เงื่อนไขพิเศษแก่ลูกค้าที่ยื่นกู้ผ่านธนาคาร โดยสามารถเลือกชำระเฉพาะดอกเบี้ย นอกเหนือจากการชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการทางการเงินให้กับลูกค้า โดยธนาคารจะอนุมัติภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมให้สิทธิพิเศษ ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าเมื่อสมัครทำบัตร KTB Shop Smart Blue Dimond หรือ บัตร KTB Shop Smart Pearl ซึ่งคุ้มครองการเสียชีวิตและทุพพลภาพ รวมทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายได้ในระหว่างการรักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ และหากสมัครภายในเดือนสิงหาคมนี้ จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลในโครงการ KTB Thank You Festival ลุ้นเบนซ์สปอร์ต ลุ้นทองคำ รวม 56 รางวัล มูลค่ากว่า 5.7 ล้านบาทอีกด้วย โดยสามารถยื่นกู้ได้ที่สาขากว่า 980 แห่งทั่วประเทศ
                                                                                                                                  
                                                                                                                                      อ้างอิงมาจาก
http://www.ktb.co.th
11 กรกฎาคม 2554




วิเคราะห์ข่าว
         ธนาคารกรุงไทยให้บริการเงินกู้อเนกประสงค์สำหรับผู้รับบำนาญ ให้วงเงินกู้สูงสุด 100% โดยคิดอัตราดอกเบี้ย MLR-0.375% ต่อปี หรือปัจจุบันเท่ากับอัตรา 6.50% ต่อปี ระยะเวลาให้กู้นานถึง 30 ปี นอกจากนี้ธนาคารยังมีเงื่อนไขพิเศษแก่ลูค้าที่ยื่นผ่านธนาคาร โดยสามารถโดยสามารถเลือกชำระเฉพาะดอกเบี้ยโดยธนาคารจะอนุมัติภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมให้สิทธิพิเศษต่างๆ ฟรี

2554-07-11

การกำหนดอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วของพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อที่ร้อยละ 1.2 ต่อปี




เนื้อหา
           นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (ผอ. สบน.) แถลงว่า สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ร่วมกับธนาคารตัวแทนจำหน่ายพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อทั้ง 4 แห่ง (1. ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้ง ประเทศไทย 2. ธนาคารกรุงไทย 3. ธนาคารกสิกรไทย และ   4. ธนาคารไทยพาณิชย์) ได้มีการสำรวจตลาด (Book build) เพื่อสำรวจความต้องการลงทุนที่แท้จริงของนักลงทุนที่มีต่อพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อที่ออกครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งมีผลสรุป ดังนี้                                                                                    
  1. นักลงทุนมีความต้องการลงทุนรวมสูงสุดถึง 65,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.6 เท่าของ วงเงินการออก                    40,000 ล้านบาท (กระทรวงการคลังได้กำหนดกรอบวงเงินการออกพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อไว้ที่                             20,000 ถึง 40,000 ล้านบาท)                        
  2.  จากการทำ Book build ที่เสนออัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วที่ ร้อยละ 1.00 ถึง 1.25 พบว่าสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (Coupon rate) ของพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อได้ที่ร้อยละ 1.20 โดยที่อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว ร้อยละ 1.20 มีนักลงทุนจองซื้อพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อรวม 53,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นความต้องการของนักลงทุนต่างชาติ 25,000 ล้านบาท และนักลงทุนในประเทศ 28,000 ล้านบาท (นักลงทุนสถาบัน 24,000 ล้านบาทและนักลงทุนรายย่อย 4,000 ล้านบาท)ในการนี้ สบน. คาดว่าจะมีการจัดสรรแบ่งวงเงินให้นักลงทุนในประเทศได้รับจัดสรร 2 ใน 3 ของวงเงินการออกพันธบัตรทั้งหมด (ประกอบด้วย 1. นักลงทุนสถาบันในประเทศ เช่น บริษัทประกันชีวิต กองทุน และสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งจะเป็น Market Maker หรือผู้สร้างสภาพคล่องให้กับพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อในตลาดรองและ 2. ลูกค้ารายย่อย ซึ่งรวมถึงสถาบันที่ไม่แสวงหาผลกำไร เช่น สหกรณ์ของสถาบันการศึกษาและมูลนิธิต่างๆ)นักลงทุนต่างชาติได้รับจัดสรร 1 ใน 3 ของวงเงินการออกพันธบัตรทั้งหมด (ประกอบด้วยกองทุนระยะยาวเป็นส่วนใหญ่ โดยล่าสุด มีกองทุนจาก 10 ประเทศให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เช่น สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และฮ่องกง)ทั้งนี้ ประชาชนจะสามารถเข้าซื้อพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อได้ในระหว่างวันที่ 11 – 13 กรกฎาคม 2554 ณ ธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้ง                                  ประเทศไทย        ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์
                                                                                                              อ้างอิงมาจาก
                                                                                             http://www.egov.go.th/th/News/Pages/View.aspx?newsId=2480
                                                                                                             8  กรกฎาคม พ.ศ 2554

dookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emoticon      dookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emoticon      dookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emoticon       dookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emoticon      dookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emoticon      dookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emoticon
วิเคราะห์ข่าว

                      ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (ผอ. สบน.) แถลงว่า สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ร่วมกับธนาคารตัวแทนจำหน่ายพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อทั้ง 4 แห่ง (1. ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้ง ประเทศไทย   2. ธนาคารกรุงไทย 3. ธนาคารกสิกรไทย และ 4. ธนาคารไทยพาณิชย์) ได้มีการสำรวจตลาด (Book build) 
เพื่อสำรวจความต้องการลงทุนที่แท้จริงของนักลงทุนที่มีต่อพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อที่ออกครั้งแรกของประเทศไทย

กรุงไทยออกบัตร KTB – TU Cash Card


เนื้อหา
ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้นำในการพัฒนาบัตรสถาบันรูปแบบใหม่ๆ ด้วยนวัตกรรม Contactless Chip Card เป็นธนาคารแรก โดยรวม 3 บัตรในบัตรเดียว ทั้งบัตรประจำตัวนักศึกษา บัตรกรุงไทยเอทีเอ็ม และบัตรกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ นำร่องให้บริการกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ดร.อนุชิต อนุชิตานุกูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และบริการจัดการทางการเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้พัฒนารูปแบบบัตรสถาบันหรือบัตร IPAC
(Institute Pre ATM Card) เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักศึกษาและบุคลากรในสถาบัน นอกเหนือจากเป็นบัตรประจำตัวนักศึกษา บุคลากร และบัตรกรุงไทยเอทีเอ็มแล้ว ยังได้เพิ่มบริการบัตรกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (KTB e-Money) โดยนำนวัตกรรมไร้สัมผัส (Contactless Chip Card ) มาให้บริการเป็นธนาคารแห่งแรก 
“ในปีการศึกษา 2554 ธนาคารได้ออกบัตร IPAC ภายใต้ชื่อ KTB – TU Cash Card ให้กับนักศึกษาชั้น ปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระค่าใช้จ่ายและค่าบริการต่างๆ ภายในสถาบัน เช่น ชำระค่าสินค้าที่ร้านสหกรณ์ ค่าสมาชิกห้องสมุด และค่ารักษาพยาบาล ในส่วนของมหาวิทยาลัย สามารถใช้ข้อมูลนักศึกษาหรือบุคลากรในบัตร เพื่อการบริหารจัดการภายใน เช่น การบันทึกข้อมูลการใช้ห้องสมุดและใช้เป็นบัตรรูดเข้า-ออกหอพักในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”
ดร.อนุชิต อนุชิตานุกูล กล่าวต่อไปว่า  การใช้บัตรในส่วนของกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อชำระค่าใช้จ่ายและบริการต่างๆ นั้น นักศึกษาเพียงแตะบัตรที่เครื่อง EDC ณ จุดบริการภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้ง 4 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตรังสิต ท่าพระจันทร์ ลำปาง และพัทยา รวมทั้งสิ้น 30 จุด และสามารถเติมเงินสำรองในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ครั้งละไม่เกิน 3,000 บาท ได้ที่สาขาของธนาคารภายในมหาวิทยาลัย หรือสาขาใกล้เคียง บริการKTB onlineบริการ KTB Online @ Mobile  รวมทั้งเครื่องกรุงไทยเอทีเอ็มอีกกว่า 7,200 เครื่องทั่วประเทศ  
อนึ่ง ปัจจุบันธนาคารกรุงไทยมีฐานลูกค้าบัตร IPAC กว่า 100 สถาบัน จำนวนนักศึกษาที่ใช้บริการกว่า 300,000 ราย   โดยธนาคารตั้งเป้าขยายการให้บริการไปยังสถาบันการศึกษาชั้นนำอื่นๆ ทั่วประเทศ
                                                                                                                                                               
                                                                                                               อ้างอิงมาจาก 
                                                                                                                                              กรุงเทพธุรกิจออนไลน์                         
                                                                                                            วันที่ 5 กรกฎาคม 2554

                          dookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emotiondookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emotion


 วิเคราะห์ข่าว
                  ธนาคารกรุงไทยได้พัฒนารูปแบบบัตรสถาบันหรือบัตร IPAC เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักศึกษาและบุคลากรในสถาบัน โดยรวม 3 บัตรในบัตรเดียว ทั้งบัตรประจำตัวนักศึกษา บัตรกรุงไทยเอทีเอ็ม และบัตรกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ นำร่องให้บริการกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
            นักศึกษาชั้นปีที่1 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สามารถใช้บัตร IPAC ชำระค่าใช้จ่ายและค่าบริการต่างๆภายในมหาวิทยาลัยได้ เช่น ชำระค่าสินค้าที่ร้านสหกรณ์ ค่าสมาชิกห้องสมุด และค่ารักษาพยาบาล ในส่วนของมหาวิทยาลัย สามารถใช้ข้อมูลนักศึกษาหรือบุคลากรในบัตร เพื่อการบริหารจัดการภายใน เช่น การบันทึกข้อมูลการใช้ห้องสมุดและใช้เป็นบัตรรูดเข้า-ออกหอพักในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
การใช้บัตรในส่วนของกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อชำระค่าใช้จ่ายและบริการต่างๆ นั้น นักศึกษาเพียงแตะบัตรที่เครื่อง EDC ณ จุดบริการภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้ง 4 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตรังสิต ท่าพระจันทร์ ลำปาง และพัทยา รวมทั้งสิ้น 30 จุด และสามารถเติมเงินสำรองในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ครั้งละไม่เกิน 3,000 บาท ได้ที่สาขาของธนาคารภายในมหาวิทยาลัย หรือสาขาใกล้เคียง บริการKTB onlineบริการ KTB Online @ Mobile  รวมทั้งเครื่องกรุงไทยเอทีเอ็มอีกกว่า 7,200 เครื่องทั่วประเทศ  

2554-07-06

ลงนามโครงการเงินกู้อเนกประสงค์สำหรับผู้รับบำนาญ



เนื้อหา
            นางศรีประภา พริ้งพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง และผู้บริหารจากธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการกู้เงินกับสถาบันการเงินโดยใช้บำเหน็จตกทอดค้ำประกัน โดยมี นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เมื่อวันที่  4 กรกฎาคม 2554   โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายโอกาสให้แก่ผู้มีสิทธิรับบำเหน็จตกทอดได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อใช้ในการลงทุน ประกอบอาชีพ ขยายกิจการ ตลอดจนการดำเนินชีวิต ลดการพึ่งพาเงินทุนนอกระบบ



 

กรุงไทย-แอกซ่า ออกแผนประกันสำเร็จรูป

เนื้อหา
        
          กรุงไทย-แอกซ่าจัดหนักปล่อยแผนประกันสำเร็จรูป "สุขภาพตรงใจ" และ "สุขภาพสุดคุ้ม" ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ก.ย.
                นางสาวสายฝน สัจจศิลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด เปิดตัวแผนประกันใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันที่หันมาให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการมองหาความคุ้มครองด้านสุขภาพจากการประกันชีวิต  ด้วยการเปิดตัวแผนประกันสำเร็จรูป "สุขภาพตรงใจ" และ "สุขภาพสุดคุ้ม" ที่ให้สิทธิยืดหยุ่นในการพิจารณารับประกันภัย โดยเฉพาะการที่สามารถซื้อความคุ้มครองสุขภาพได้สูงสุด (แผน 6200) ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัยสัญญาหลักเพียง 100,000 บาท เท่านั้น พร้อมทั้งการยกเว้นเงื่อนไขการตรวจสุขภาพ ซึ่งเหมาะกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
Ø แผนประกันสำเร็จรูป สุขภาพตรงใจ (12PL)  คือ แผนที่ให้ความคุ้มครองทั้งในส่วนของค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยรายได้กรณีเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล  พร้อมทั้งความคุ้มครองอุบัติเหตุ  และความคุ้มครองการเสียชีวิต  ตลอดจนผลประโยชน์เงินคืนรายปี  เปรียบเสมือนผลประโยชน์เพิ่มเติมให้แก่ลูกค้าเพื่อใช้จ่ายยามเจ็บป่วยในแต่ละปี  โดยบริษัทฯได้เปิดให้ความคุ้มครองตั้งแต่ อายุ 6-60 ปี  และให้ความคุ้มครองสุขภาพยาวนานถึงอายุ 75 ปี  
Ø แผนประกันสำเร็จรูป สุขภาพสุดคุ้ม (25PL) คือแผนที่ให้ความคุ้มครองคุ้มค่า  โดยเฉพาะการปรับเพิ่มผลประโยชน์การเสียชีวิต และผลประโยชน์จากการออม พร้อมทั้งยังคงผลประโยชน์ด้านสุขภาพสูงสุด  รวมถึงค่าชดเชยรายได้กรณีเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล  และความคุ้มครองอุบัติเหตุ 
แผนประกันสำเร็จรูป "สุขภาพตรงใจ" และ "สุขภาพสุดคุ้ม" ทั้ง 2 แผนมีจำนวนจำกัด และเปิดขายแล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2554 เท่านั้น โดยลูกค้าสามารถซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ ผ่านตัวแทนของกรุงไทย-แอกซ่ากว่า 7,000 คนหรือที่สำนักงานตัวแทนของบริษัท 66 แห่งทั่วประเทศ หรือที่สาขาธนาคารกรุงไทยกว่า 900 สาขาทั่วประเทศ

                                                                                                                         อ้างอิงมาจาก
                                                                                                                           กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
                                                                                                                           วันที่ 24 มิถุนายน 2554

dookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emotion      dookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emotion      dookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emotion       dookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emotion       dookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emotion       dookdik icon ดุ๊กดิ๊กน่ารัก emotion


วิเคราะห์ข่าว
                บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด เปิดตัวแผนประกันใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันที่หันมาให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยมีการเปิดตัวแผนประกันสำเร็จรูป สุขภาพตรงใจ ที่ให้ความคุ้มครองในส่วนของค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยรายได้กรณีเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล  พร้อมทั้งคุ้มครองอุบัติเหตุ  และความคุ้มครองการเสียชีวิต  ตลอดจนผลประโยชน์เงินคืนรายปี  และสุขภาพสุดคุ้ม ที่ให้ความคุ้มครองปรับเพิ่มผลประโยชน์การเสียชีวิต และผลประโยชน์จากการออม  รวมถึงค่าชดเชยรายได้กรณีเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล  และความคุ้มครองอุบัติเหตุ  ซึ่งแผนประกันสำเร็จรูปทั้ง 2 นี้ยังให้สิทธิยืดหยุ่นในการพิจารณารับประกันภัย โดยสามารถซื้อความคุ้มครองสุขภาพได้สูงสุด ซึ่งเหมาะกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน
 

กรุงไทยออก 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝาก อัตราดอกเบี้ยพิเศษ

 เนื้อหา
        ธนาคารกรุงไทยออก 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝาก สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการผ่านบริการ KTB netbank ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมสิทธิ์รับ iPad 2 ฟรี ในระหว่าง 29 มิถุนายน - 6 กรกฎาคมนี้
ดร.อนุชิต อนุชิตานุกูล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และบริการจัดการทางการเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า จากการที่ธนาคารได้เปิดให้บริการ KTB netbank ซึ่งเป็นธนาคารแห่งอนาคต ที่ให้อิสระทางการเงินอย่างไร้ขีดจำกัด โดยให้บริการทางการเงินที่ครบวงจรบนอินเทอร์เน็ต พร้อมอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูง และค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าการใช้บริการผ่านช่องทางปกติ ตามวิสัยทัศน์การเป็นธนาคารแสนสะดวกนั้น               ในช่วงแรกของการเปิดตัวบริการและธนาคารได้ออกเงินฝากพิเศษ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินของลูกค้า KTB netbank อย่างต่อเนื่อง ในระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 6 กรกฎาคมนี้ ธนาคารจะออกอีก 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝาก ที่ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อม iPad 2 รุ่น16 GB 3G Wifi มูลค่า 19,900 บาท ซึ่งประกอบด้วย เงินฝาก NetSmartFixed ระยะเวลาฝาก 13 เดือน ฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท และฝากตั้งแต่ 5,000,000 บาทขึ้นไป ได้สิทธิ์รับ iPad 2 อัตราดอกเบี้ย 2.40% ต่อปี เมื่อรวมค่าเครื่อง iPad 2 อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.76% ต่อปี โดยธนาคารจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน        เงินฝาก NetSmartFixed ระยะเวลาฝาก 29 เดือน ฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท และฝากตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป ได้สิทธิ์รับ iPad 2 อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี เมื่อรวมค่าเครื่อง iPad 2 อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 3.40% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน และเงินฝาก NetSmartFixed ระยะเวลาฝาก 55 เดือน ฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท และฝากตั้งแต่ 550,000 บาทขึ้นไป ได้สิทธิ์รับ iPad 2 อัตราดอกเบี้ย 3.20% ต่อปี เมื่อรวมค่าเครื่อง iPad 2 อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 3.97% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือนดร.อนุชิต อนุชิตานุกูล กล่าวต่อไปว่า ลูกค้า 1 รายมีสิทธิ์ได้รับ iPad 2 เพียง
 1 เครื่องเท่านั้น ซึ่งธนาคารจะพิจารณาจากยอดเงินฝากรายการแรกตามเงื่อนไขที่กำหนดสำหรับลูกค้ารายใหม่ โดยไม่นับรวมเงินฝาก NetSmartFixed ระยะเวลา 29 เดือน และ 55 เดือน ที่ออกให้บริการไปก่อนหน้านี้ ลูกค้าสามารถสมัครใช้บริการ KTB netbank ได้ที่ทุกสาขากว่า 980 แห่งทั่วประเทศ



                                                                                                                                                                        อ้างอิงมาจาก
                                                                                                                                                                                   25/06/2554      



 

วิเคราะห์ข่าว
            ธนาคารกรุงไทยออก 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝาก สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการผ่านบริการ KTB netbank ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมสิทธิ์รับ iPad 2 ฟรีสายงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และบริการจัดการทางการเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า จากการที่ธนาคารได้เปิดให้บริการ KTB netbank ซึ่งเป็นธนาคารแห่งอนาคต ที่ให้อิสระทางการเงินอย่างไร้ขีดจำกัด โดยให้บริการทางการเงินที่ครบวงจรบนอินเทอร์เน็ต พร้อมอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูง และค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าการใช้บริการผ่านช่องทางปกติ ตามวิสัยทัศน์การเป็นธนาคารแสนสะดวกนั้นธนาคารจะออกอีก 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝาก ที่ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อม iPad 2 รุ่น16 GB 3G Wifi มูลค่า 19,900 บาท ซึ่งประกอบด้วย เงินฝาก NetSmartFixed ระยะเวลาฝาก 13 เดือน ฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท และฝากตั้งแต่ 5,000,000 บาทขึ้นไป ได้สิทธิ์รับ iPad 2 อัตราดอกเบี้ย 2.40% ต่อปี เมื่อรวมค่าเครื่อง iPad 2 อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.76% ต่อปี โดยธนาคารจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน


กรุงไทยจับมือบีเอ็มซีแอล ออกบัตร KTB-MRT


เนื้อหา
ธนาคารกรุงไทยจับมือบีเอ็มซีแอล ออกบัตร KTB-MRT ที่รวมบัตรวีซ่าเดบิตและบัตรโดยสารในระบบรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ในบัตรเดียวกันเป็นครั้งแรกของประเทศ รวมทั้งได้รับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้สะดวกสบาย และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีเอ็มซีแอล) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที และ ดร. อนุชิต อนุชิตานุกูล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และบริการจัดการทางการเงิน ธนาคารกรุงไทย ร่วมเปิดตัวบัตร KTB-MRT ที่รวมบัตรวีซ่าเดบิต และบัตรโดยสารรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ไว้ในบัตรเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวก และเพิ่มความคล่องตัว โดยไม่ต้องพกพาบัตรหลายใบ และไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554
ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มซีแอล กล่าวภายหลังการลงนามว่า บัตร KTB-MRT เป็นบัตรโดยสารรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ชนิดบัตรเติมเงิน ซึ่งถือเป็นบัตรโดยสารอัจฉริยะไร้สัมผัส ที่สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เพียงนำบัตรไปแสดงที่ประตูอัตโนมัติ ระบบจะหักมูลค่าการเดินทางตามระยะทาง โดยข้อมูลที่เป็นมูลค่าการเดินทางจะถูกจัดเก็บแยกออกจากบัญชีของลูกค้า และสามารถเติมมูลค่าการเดินทางในบัตร KTB-MRT ได้ที่ห้องออกบัตรโดยสาร ภายในสถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีได้ตามปกติ (มูลค่าการเติมเงินขั้นต่ำ 100 บาท)
ทางด้าน ดร. อนุชิต อนุชิตานุกูล เปิดเผยว่า ลูกค้าสามารถใช้บัตร KTB-MRT ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเครื่อง ATM หรือชำระค่าสินค้าและบริการ โดยได้รับส่วนลดและสิทธิพิเศษจากร้านค้ากว่า 1,500 ร้านค้าทั่วประเทศ สามารถสมัครบัตร KTB-MRT ได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาในกรุงเทพฯ โดยเปิดบัญชีออมทรัพย์ขั้นต่ำ 500 บาท หรือกระแสรายวันขั้นต่ำ 10,000 บาท เสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า 150 บาท และค่าธรรมเนียมรายปี 250บาท พิเศษสุด สมัครภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ธนาคารคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้าเพียง 50 บาท พร้อมรับคูปองลุ้นรางวัล โครงการ KTB  Thank You Festival ‘ลุ้นเบนซ์ ลุ้นทอง’ นอกจากนี้ ธนาคารยังได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้า ด้วยการคุ้มครองประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล วงเงิน 100,000 บาท โดยบัตรมีอายุ 5 ปี
                                                                                                               ที่มาอ้างอิงมาจาก
    http://www.ktb.co.th/                       
                                                                                      วันที่ 30 มิถุนายน 2554